ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน
ผลการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด สมัยที่ 17 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัม ว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้า สำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศสมัยที่ 12 และการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน สมัยที่ 12

คณะรัฐมนตรีมีมติรับทราบและเห็นชอบตามที่กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) เสนอ ดังนี้
1. รับทราบผลการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 17 การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 12 และการประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ สมัยที่ 12 (ผลการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา)
2. เห็นชอบสิ่งที่ประเทศไทยจะดำเนินการตามมติข้อตัดสินใจที่สำคัญจากการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา และมอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
สาระสำคัญของเรื่อง
1. ระหว่างปี 2540 - 2548 ประเทศไทยได้เข้าร่วมเป็นรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลว่าด้วยการควบคุมการเคลื่อนย้ายข้ามแดนของของเสียอันตรายและการกำจัด (อนุสัญญาบาเซลฯ) รัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมว่าด้วยกระบวนการแจ้งข้อมูลสารเคมีล่วงหน้าสำหรับสารเคมีอันตรายและสารเคมีป้องกันกำจัดศัตรูพืชและสัตว์บางชนิดในการค้าระหว่างประเทศ (อนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ) และรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มว่าด้วยสารมลพิษที่ตกค้างยาวนาน (อนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ) ที่มีสาระสำคัญ ขอบเขต และวัตถุประสงค์ที่เชื่อมโยงและสอดคล้องกันในประเด็นเกี่ยวกับการควบคุม การกำกับดูแล และการบริหารจัดการสารเคมีและของเสียอันตราย เพื่อคุ้มครองสุขภาพอนามัยของมนุษย์และสิ่งแวดล้อมจากสารพิษที่ตกค้างยาวนาน ต่อมาในปี 2568 ประเทศไทยได้รับเชิญให้เข้าร่วมการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา ระหว่างวันที่ 28 เมษายน - 9 พฤษภาคม 2568 คณะรัฐมนตรีจึงมีมติเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 เห็นชอบกรอบการเจรจาและท่าทีของประเทศไทยสำหรับการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา และการแก้ไขข้อบท 16 และการแก้ไขภาคผนวกที่ 3 ของอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ และการแก้ไขภาคผนวก เอ ของอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ ตามท่าทีของประเทศไทย โดยให้กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม (ทส.) นำมติข้อตัดสินใจและสิ่งที่ประเทศไทยจะต้องดำเนินการเสนอคณะรัฐมนตรีภายหลังการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา ต่อไป
2. ภายหลังการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา ทส. ได้จัดการประชุมคณะอนุกรรมการของ 3 อนุสัญญา เพื่อรับทราบผลการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญา และเห็นชอบสิ่งที่ประเทศไทยจะดำเนินการตามมติข้อตัดสินใจที่สำคัญจากการประชุมรัฐภาคี 3 อนุสัญญาฯ ซึ่งคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ (กก.วล.)
[รองนายกรัฐมนตรี (นายสุชาติ ชมกลิ่น) เป็นประธาน] ในการประชุมครั้งที่ 5/2568 เมื่อวันที่ 15 ตุลาคม 2568 ได้มีมติรับทราบและเห็นชอบด้วยแล้ว โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้
|
สิ่งที่ประเทศไทยจะดำเนินการ |
หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง |
ระยะเวลาดำเนินการ |
|
|
1) การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ สมัยที่ 12 |
|||
|
แจ้งข้อตัดสินใจต่อสำนักเลขาธิการอนุสัญญารอตเตอร์ดัมฯ ดังนี้ 1.1) แจ้งข้อตัดสินใจชั่วคราวว่าให้นำเข้าสาร Fenthion (ULV formulations ≥ 640 g a.i./L) ได้ แต่ต้องขึ้นทะเบียนและได้รับใบอนุญาตก่อนการนำเข้า เนื่องจากยังไม่มีการควบคุมในประเทศโดยจะดำเนินการควบคุมเป็นวัตถุอันตรายชนิดที่ 3 ภายใน 5 ปี ก่อนจะแจ้งเปลี่ยนการตัดสินใจว่าต้องได้รับใบอนุญาตก่อนนำเข้า 1.2) การนำเข้าสาร Carbosulfan จะต้องได้รับใบอนุญาตก่อนการนำเข้า |
กรมวิชาการเกษตร |
ภายในวันที่ |
|
|
2) การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ สมัยที่ 12 |
|||
|
2.1) รายงานผลการดำเนินงานของประเทศ ฉบับที่ 6 ให้กับสำนักเลขาธิการอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ |
กรมควบคุมมลพิษ |
ภายในวันที่ |
|
|
2.2) ดำเนินการจัดประเภทพิกัดศุลกากร รหัสสถิติ และมาตรการควบคุมสาร MCCPs และ Long-chain PFCAs, their salts and related compounds เป็นวัตถุอันตราย ชนิดที่ 3 |
(1) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (2) กรมศุลกากร |
ระหว่างปี |
|
|
2.3) ดำเนินการขึ้นทะเบียนยกเว้นพิเศษสำหรับ MCCPs (หากมีความจำเป็นต้องผลิตและใช้สาร) ภายในปีแรกที่การแก้ไขภาคผนวก มีผลบังคับใช้ |
กรมควบคุมมลพิษ |
ภายในปี พ.ศ. 2570 |
|
|
2.4) สำรวจและจัดทำทำเนียบข้อมูลสาร POPs ในผลิตภัณฑ์ที่มีการใช้ภายในประเทศ และแจ้งให้สำนักเลขาธิการอนุสัญญาสตอกโฮล์มฯ ทราบ |
เมื่อกรมควบคุมมลพิษได้จัดทำข้อมูลแล้วเสร็จ |
||
|
3) การประชุมรัฐสภาภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 17 |
|||
|
3) การประชุมรัฐภาคีอนุสัญญาบาเซลฯ สมัยที่ 17 ขับเคลื่อนการดำเนินงานตามกรอบแผนงานยุทธศาสตร์ ฉบับใหม่สนับสนุนการดำเนินงานของความร่วมมือต่าง ๆ รวมถึงนำแนวทางการจัดการของเสียปรอทที่มีส่วนประกอบ มีหรือปนเปื้อนสารมลพิษ ที่ตกค้างยาวนานในสารชนิดต่าง ๆ ที่ได้การรับรองใหม่ มาใช้ภายในประเทศ |
(1) กรมควบคุมมลพิษ (2) กรมโรงงานอุตสาหกรรม (3) กรมศุลกากร |
ไม่ได้ระบุ |
|
3. สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติเห็นชอบ ส่วนสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาเห็นว่าเรื่องที่ ทส. เสนอในครั้งนี้ เป็นการดำเนินงานตามที่คณะรัฐมนตรีมีมติเมื่อวันที่ 22 เมษายน 2568 กรณีจึงไม่มีประเด็นต้องพิจารณาเกี่ยวกับการเป็นหนังสือสัญญาตามมาตรา 178 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย คณะรัฐมนตรีจึงพิจารณารับทราบและเห็นชอบตามที่ ทส. เสนอ ได้ตามความเหมาะสม รวมทั้งมอบหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป
(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)
ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 14 กรกฎาคม 2569
g18
สงวนลิขสิทธิ์ © 2557 บริษัท เพาเวอร์ ไทม์ มีเดีย จำกัด