ข่าวด่วน ทันเหตุการณ์ เศรษฐกิจ การลงทุน หุ้น อสังหาริมทรัพย์ ไอที-เทคโนฯ รถยนต์ ท่องเที่ยว ต่างประเทศ รวดเร็วสดใหม่ทุกวัน

ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)

หมวดหมู่: มติ ครม.
วันที่สร้าง วันพุธ, 15 กรกฎาคม 2569 12:45
ฮิต: 318

 

ร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... (การปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา)

 

Gov 7

 

          คณะรัฐมนตรีมีมติเห็นชอบตามที่คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) เสนอ ดังนี้

          1. เห็นชอบการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา (กก.) โดยตัดโอนภารกิจด้านการท่องเที่ยวเป็นภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และภารกิจด้านกีฬาเป็นภารกิจของกระทรวงการกีฬา

          2. เห็นชอบร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (สคก.) ตรวจพิจารณาต่อไป ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ กก. และ วธ. เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา

          3. มอบหมายสำนักงาน ก.พ.ร. สำนักงาน ก.พ. สำนักงบประมาณ (สงป.) และกรมบัญชีกลางเตรียมการปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการภายในกรม การจัดการ บุคลากร การจัดการทรัพย์สิน งบประมาณ หนี้ และภาระผูกพันของหน่วยงาน เพื่อให้ส่วนราชการในสังกัดกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และกระทรวงการกีฬาสามารถปฏิบัติราชการได้ภายหลังกฎหมายมีผลใช้บังคับ โดยกำหนดหลักการที่ไม่เพิ่มจำนวนตำแหน่ง อัตรากำลังและงบประมาณในภาพรวม ซึ่งเป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล เพื่อลดความซ้ำซ้อนและเกิดความคุ้มค่าในการดำเนินภารกิจของรัฐ

          4. ให้ กก. และ วธ. ชะลอการแต่งตั้งตำแหน่งประเภทบริหาร และประเภทอำนวยการไปก่อนระหว่างการเสนอการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงฯ เว้นแต่กรณีมีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน

          สาระสำคัญของร่างพระราชบัญญัติ

          ก.พ.ร. เสนอว่า

          1. ตามคำแถลงนโยบายของคณะรัฐมนตรีได้กำหนดนโยบายด้านเศรษฐกิจในเรื่องการท่องเที่ยว ข้อ 5.1 เพื่อวางเป้าหมายในการสร้างให้ประเทศไทยเป็นจุดหมายการเดินทางสำคัญในภูมิภาค และยกระดับภาคการท่องเที่ยวจากการเน้นปริมาณไปสู่การสร้างมูลค่าสูง ด้วยการปรับโครงสร้างการบริหารจัดการด้านการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมของประเทศโดยออกกฎหมายเพื่อนำภารกิจด้านการท่องเที่ยวเป็นภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรม อันจะเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างเป็นรูปธรรม และนโยบายด้านสังคม ข้อ 13.3 ที่มีเป้าหมายจะพัฒนาทักษะและความสามารถด้านกีฬาเพื่อสร้างโอกาสให้คนไทย รวมถึงส่งเสริมการจัดการแข่งขันกีฬาในระดับสากล เพื่อยกระดับมาตรฐานกีฬาไทยสู่ความเป็นเลิศในระดับนานาชาติ ควบคู่กับการปรับระบบการบริหารจัดการองค์กรกีฬา ระบบสวัสดิการและสวัสดิภาพของนักกีฬาให้เป็นไปตามมาตรฐานสากล เพื่อจูงใจให้คนไทยมีความมุ่งมั่นและทุ่มเทในการก้าวสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยสร้างโอกาสในการสร้างรายได้ให้กับคนไทยและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ ดังนั้น กก. และ วธ. จึงได้มีข้อเสนอการปรับปรุงโครงสร้างกระทรวงตามนโยบายของคณะรัฐมนตรีข้างต้นไปยังสำนักงาน ก.พ.ร.

          2. ในคราวประชุม ก.พ.ร. ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ได้พิจารณาเรื่องการปรับปรุงโครงสร้าง วธ. และ กก. และมีมติ ดังนี้

              2.1 เห็นชอบการปรับปรุงโครงสร้าง วธ. และ กก. โดยตัดโอนภารกิจด้านการท่องเที่ยวเป็นภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และภารกิจด้านกีฬาเป็นภารกิจของกระทรวงการกีฬา

              2.2 เห็นชอบในหลักการของร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... และมอบหมายสำนักงาน ก.พ.ร. จัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องกับร่างกฎหมายดังกล่าวตามมาตรา 19 แห่งพระราชบัญญัติหลักเกณฑ์การจัดทำร่างกฎหมายและการประเมินผลสัมฤทธิ์ของกฎหมาย พ.ศ. 2562

              2.3 มอบหมายให้สำนักงาน ก.พ.ร. เสนอคณะรัฐมนตรี และมอบหมายให้ฝ่ายเลขานุการ ก.พ.ร. นำความเห็นของที่ประชุมไปพิจารณาประกอบแนวทางการเตรียมความพร้อมในการปรับบทบาท ภารกิจ และโครงสร้างของส่วนราชการ และการบริหารจัดการบุคลากรเพื่อรองรับการดำเนินการเมื่อกฎหมายมีผลใช้บังคับต่อไป

          3. ด้วยเหตุผลที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ประกอบกับการท่องเที่ยวเป็นหนึ่งในอุตสาหกรรมหลักที่สร้างรายได้ให้แก่ประเทศไทยและประชาชนชาวไทยเป็นจำนวนมากในแต่ละปีรวมทั้งประเทศไทยมีความหลากหลายและมั่งคั่งทางวัฒนธรรม การกำหนดให้ วธ. มีภารกิจหน้าที่และอำนาจด้านการท่องเที่ยวด้วยจะทำให้ภารกิจในการสืบสาน รักษา ต่อยอดและเผยแพร่ทุนทางวัฒนธรรมของประเทศและการสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวมีความต่อเนื่องเป็นเนื้อเดียวกัน และการกีฬาเป็นการเสริมสร้างสุขภาวะ สุขภาพที่ดีในทุกช่วงวัย สามารถต่อยอดไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพที่สร้างรายได้ รวมถึงขับเคลื่อนสู่อุตสาหกรรมกีฬาที่สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้กับประเทศ อันเป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจของประเทศโดยรวม ตลอดจนจะทำให้การใช้จ่ายงบประมาณของรัฐสำหรับภารกิจด้านวัฒนธรรมและด้านการท่องเที่ยว และด้านการกีฬา มีความคุ้มค่าและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จึงสมควรแก้ไขเพิ่มเติมให้กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมีภารกิจ หน้าที่และอำนาจด้านวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และแก้ไขเพิ่มเติมให้กระทรวงการกีฬา มีภารกิจ หน้าที่และอำนาจด้านการกีฬา โดยไม่เพิ่มจำนวนตำแหน่งอัตรากำลังและงบประมาณในภาพรวม อันจะนำไปสู่การลดขนาดภาครัฐตามนโยบายรัฐบาล และความคุ้มค่าในการดำเนินภารกิจของรัฐ ก.พ.ร. จึงได้เสนอร่างพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม (ฉบับที่ ..) พ.ศ. .... เพื่อปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการ กก. และ วธ. ซึ่งมีสาระสำคัญเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 ดังนี้

              3.1 กำหนดให้มีกระทรวงการกีฬา และยกเลิก กก. โดยปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงการกีฬา มีรายละเอียด ดังนี้

                   3.1.1 กำหนดกระทรวงการกีฬามีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการส่งเสริม สนับสนุน และพัฒนาการพลศึกษา การกีฬา ทั้งกีฬาขั้นพื้นฐาน กีฬามวลชน กีฬาเป็นเลิศ กีฬาอาชีพ และกิจกรรมนันทนาการ การศึกษา วิจัย วิทยาศาสตร์การกีฬา นวัตกรรมและเทคโนโลยีการกีฬา การบริหารจัดการกีฬา และการพัฒนาอุตสาหกรรมการกีฬาของประเทศและมีส่วนราชการในสังกัด ได้แก่ 1) สำนักงานรัฐมนตรี 2) สำนักงานปลัดกระทรวง และ 3) กรมพลศึกษา

                   3.1.2 กำหนดให้โอนบรรดาหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี (โอนหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการ) รวมทั้งกิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของส่วนราชการ ในส่วนของ (1) กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา เฉพาะงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว (2) กองยุทธศาสตร์และแผนงาน เฉพาะงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และ (3) สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด เฉพาะงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ในสำนักงานปลัดกระทรวง กก. และหน้าที่และอำนาจของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของส่วนราชการดังกล่าว (โอนหน้าที่และอำนาจของเจ้าหน้าที่) ไปเป็นของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว หรือของข้าราชการพนักงานราชการ และลูกจ้างของส่วนราชการในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แล้วแต่กรณี

                   3.1.3 กำหนดให้โอนบรรดาหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี (โอนหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการ) รวมทั้งกิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของส่วนราชการของกรมการท่องเที่ยว กก. และหน้าที่และอำนาจของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างดังกล่าว (โอนหน้าที่และอำนาจของเจ้าหน้าที่) ไปเป็นของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว หรือของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แล้วแต่กรณี

                   3.1.4 กำหนดให้โอนบรรดาหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี (โอนหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการ) รวมทั้งกิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของส่วนราชการของสำนักงานปลัดกระทรวง กก. เฉพาะกองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว และหน้าที่และอำนาจของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างดังกล่าว (โอนหน้าที่และอำนาจของเจ้าหน้าที่) ไปเป็นของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว หรือของข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แล้วแต่กรณี

                   3.1.5 กำหนดให้เปลี่ยนผู้รักษาการหรือผู้รักษาการร่วมในบทบัญญัติแห่งกฎหมายและพระราชกฤษฎีกาเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการกีฬา (จำนวน 6 ฉบับ)1 จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกีฬา และให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (จำนวน 6 ฉบับ)2 กับ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” “ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการกีฬา” “ปลัดกระทรวงการกีฬา”

              3.2 กำหนดให้มีกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และยกเลิก วธ. โดยปรับปรุงโครงสร้างการแบ่งส่วนราชการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว มีรายละเอียด ดังนี้

                   3.2.1 กำหนดให้กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวมีหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับศาสนา ศิลปะ และวัฒนธรรม รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนและพัฒนาอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว และวัฒนธรรมสร้างสรรค์ และมีส่วนราชการในสังกัด ได้แก่ 1) สำนักงานรัฐมนตรี 2) สำนักงานปลัดกระทรวง 3) กรมการท่องเที่ยว 4) กรมการศาสนา 5) กรมศิลปากร 6) กรมส่งเสริมวัฒนธรรม และ 7) สำนักงานศิลปวัฒนธรรมร่วมสมัย

                   3.2.2 กำหนดให้โอนบรรดาหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี (โอนหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการ) รวมทั้งกิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของส่วนราชการ ในส่วนของ (1) กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬา เฉพาะงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว (2) กองยุทธศาสตร์และแผนงานเฉพาะงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว และ (3) สำนักงานการท่องเที่ยวและกีฬาจังหวัด เฉพาะงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยว ในสำนักงานปลัดกระทรวง กก. และหน้าที่และอำนาจของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของส่วนราชการดังกล่าว (โอนหน้าที่และอำนาจของเจ้าหน้าที่) มาเป็นของสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว หรือของข้าราชการพนักงานราชการ และลูกจ้างของส่วนราชการในสำนักงานปลัดกระทรวง กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แล้วแต่กรณี

                   3.2.3 กำหนดให้โอนบรรดาหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี (โอนหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการ) รวมทั้งกิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของส่วนราชการของกรมการท่องเที่ยว กก. และหน้าที่และอำนาจของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของกรมการท่องเที่ยว กก. (โอนหน้าที่และอำนาจของเจ้าหน้าที่) มาเป็นของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว หรือของข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แล้วแต่กรณี

                   3.2.4 กำหนดให้โอนบรรดาหน้าที่และอำนาจเกี่ยวกับการปฏิบัติตามกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ประกาศ คำสั่ง และมติคณะรัฐมนตรี (โอนหน้าที่และอำนาจของส่วนราชการ) รวมทั้งกิจการ ทรัพย์สิน งบประมาณ สิทธิ หนี้ ภาระผูกพัน ข้าราชการ พนักงานราชการ ลูกจ้าง และอัตรากำลังของส่วนราชการของสำนักงานปลัดกระทรวง กก. เฉพาะกองมาตรฐานและกำกับความปลอดภัยด้านการท่องเที่ยว และหน้าที่และอำนาจของ ข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้างดังกล่าว (โอนหน้าที่และอำนาจของเจ้าหน้าที่) มาเป็นของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว หรือของข้าราชการ พนักงานราชการและลูกจ้างของกรมการท่องเที่ยว กระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว แล้วแต่กรณี

                   3.2.5 กำหนดให้เปลี่ยนผู้รักษาการหรือผู้รักษาการร่วมในบทบัญญัติแห่งกฎหมายและพระราชกฤษฎีกาเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว (จำนวน 6 ฉบับ)3 จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (จำนวน 6 ฉบับ)4 กับ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” “ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา” เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” “ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว”

                   3.2.6 กำหนดให้เปลี่ยนผู้รักษาการหรือผู้รักษาการร่วมในบทบัญญัติแห่งกฎหมายและพระราชกฤษฎีกา (จำนวน 12 ฉบับ)5 จากรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว และให้เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของคณะกรรมการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง (จำนวน 13 ฉบับ)6 กับ “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม” “ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม” เป็น “รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว” “ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและการท่องเที่ยว”

              3.3 กำหนดให้นายกรัฐมนตรีรักษาการตามพระราชบัญญัติ

 

______________


1 กฎหมายและพระราชกฤษฎีกาเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการกีฬา จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 (2) พระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2564 (3) พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 (4) พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 (5) พระราชบัญญัตินโยบายการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ 2561 และ (6) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2562

2 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ. 2542 (2) พระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติควบคุมการใช้สารต้องห้ามทางการกีฬา พ.ศ. 2555 พ.ศ. 2564 (3) พระราชบัญญัติส่งเสริมกีฬาอาชีพ พ.ศ. 2556 (4) พระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2558 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการกีฬาแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2560 (5) พระราชบัญญัตินโยบายการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2561 และ (6) พระราชบัญญัติมหาวิทยาลัยการกีฬาแห่งชาติ พ.ศ. 2562

3 กฎหมายและพระราชกฤษฎีกาเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับการท่องเที่ยว จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 (2) พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544 (3) พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 (4) พระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (5) พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 และ (6) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

4 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 6 ฉบับ ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2522 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2550 (2) พระราชบัญญัติสภาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2544 (3) พระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2559 (4) พระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ พ.ศ. 2551 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัตินโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (5) พระราชบัญญัติภาพยนตร์และวีดิทัศน์ พ.ศ. 2551 และ (6) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2546 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งองค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2562

5 กฎหมายและพระราชกฤษฎีกา จำนวน 12 ฉบับ ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พ.ศ. 2504 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2535 (2) พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 (3) พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2550 (4) พระราชบัญญัติส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย พ.ศ. 2551 (5) พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ. 2553 (6) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2554 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 (7) พระราชบัญญัติจดหมายเหตุแห่งชาติ พ.ศ. 2556 (8) พระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. 2558 (9) พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559 (10) พระราชบัญญัติคุ้มครองและส่งเสริมวิถีชีวิตกลุ่มชาติพันธุ์ พ.ศ. 2568 (11) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 และ (12) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

6 กฎหมายที่เกี่ยวข้อง จำนวน 13 ฉบับ ได้แก่ (1) พระราชบัญญัติการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม พ.ศ. 2540 และที่แก้ไขเพิ่มเติม (2) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชกฤษฎีกาจัดดังศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2558 (3) พระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา พ.ศ. 2547 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2562 (4) พระราชบัญญัติโรงแรม พ.ศ. 2547 (5) พระราชบัญญัติสถาบันบัณฑิตพัฒนศิลป์ พ.ศ. 2550 (6) พระราชบัญญัติส่งเสริมศิลปะร่วมสมัย พ.ศ. 2551 (7) พระราชบัญญัติองค์การกระจายเสียงและแพร่ภาพสาธารณะแห่งประเทศไทย พ.ศ. 2551 (8) พระราชบัญญัติวัฒนธรรมแห่งชาติ พ.ศ 2553 (9) พระราชบัญญัติกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ พ.ศ. 2558 (10) พระราชบัญญัติความเท่าเทียมระหว่างเพศ พ.ศ. 2558 (11) พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษามรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรม พ.ศ. 2559 (12) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2552 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติม โดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562 และ (13) พระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) พ.ศ. 2554 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาจัดตั้งศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน) (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2562

 

 

(โปรดตรวจสอบมติคณะรัฐมนตรีที่เป็นทางการจากสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีอีกครั้ง)

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล (นายกรัฐมนตรี) 14 กรกฎาคม 2569

 

 

g1

Click Donate Support Web

NT logo 720x100

GSB720x100px

ใจฟู720x100pxSME720x100 2024EXIM One 720x90 C JPTG 720x100Banner GPF720x100 PXTOA 720x100

CKPower 720x100

QIC 720x100aia 720 x100BKI 720 x 100MTI 720x100MTL 720x100ธกส 720x100